ของคนบ้า !!
******************************************
มีคนบ้าคนหนึ่ง ร่อนเข้าไปที่เว็บไซต์ YOUTUBE เพื่อฟังเพลง
และเสพสิ่งที่เรียกกันว่า "งานอาร์ท" แนวๆ "อินดี้"
เพื่อหาความแปลกใหม่
และเนื่องจากคนบ้าคนนี้ เชื่อเรื่อง "การซ้ำ" และการ "ไม่ซ้ำ" ของตัวโน๊ต
แบบหัวปักหัวปำเพราะว่า เพียง ๑ ออคเต็ป ..โน๊ต ๑๒ ตัว
ว่ามันสามารถสร้างความต่างได้ถึง ๘,๙๑๖,๑๐๐,๔๔๘,๒๕๖ รูปแบบเสียง !!!
( มันมาจาก ๑๒ โน๊ต ^ ๑๒ โน๊ต )
คนบ้าก็ไปเจอ "เพลง" เพลงหนึ่ง "ที่เข้าท่ามากมาย".. และคนบ้าก็ชอบเอามากๆ
แต่เนื่องจาก คนบ้าคนนี้ "มันฟังเพลง" มากไปหน่อย..
ความเลอะเทอะ & ความคลับคล้ายคลับคลาในสมอง บอกมันว่า
เพลงมันดูผสมๆกันอยุ่..
กรูเคยฟังที่ไหนสักที่นี่หว่า !!
จึงหยิบ Ext.ฮาร์ดดิสค์ ขนาด ๓๒๐ กิ๊ก. ที่มีเพลง เอ็ม.พี.๓ อยู่ร่วมๆ ๗ หมื่นเพลง
แปลง & บันทึกเก็บไว้ ตั้งแต่ยุค AMD ๓๕๐Mhz Ram ๑๒๘ Mb. ทำได้แบบ "อืดๆ"
จากต้นฉบับ(ซื้อฟัง).. ที่เป็นแผ่นเสียงไวนีล SP/LP, เทปคาสเซทท์, เลเซอร์ดิสค์
วิดีโอไฮ-ไฟ และ..บลาๆๆๆ
ลองๆใช้โปรแกรมเทียบเมโลดี้ ที่ Mac.เท่ห์ ..
มันให้โหลดมาใช้ฟรี.. & รออยู่สักร่วมๆชั่วโมง
แมค.ปลอมๆ E8400/Ram4G & โปรแกรมฟรีๆ.. มันก็แจ้งออกมา...ว่า
เหมือนกับเพลงสัก ๘๐ เพลงมายำรวมกัน
คนบ้า - ที่ตอนนั้นวันนั้น..ว่างจัด
ก็เลยเอา List ๘๐ กว่าเพลงมาเปิดเทียบ .. ได้ออกมา...ว่า
"ไอ้เวรนั่น" มันยำเพลงดังยุค '๗๐ .. รวม ๔ เพลง แบบ "โน๊ต - ชน -โน๊ต"
โดยไม่เข้าหลัก "แรงบันดาลใจ" หรือหลักการ "ของมันซ้ำกันได้"
เพราะว่า "โน๊ต & บาร์ & ริทึ่ม"
มันเหมือนแบบ "COPY" เด๊ะๆ !!
คราวนี้เมื่อโลกจริงๆของไทยเรา
การ Copy ความคิด "หมวดเพลง" มันเป็นเรื่องปกติ..
คนบ้าจึงทำใจ.. แบบ ปลงซะ !
แต่.. ก็ อด ที่จะลองเข้าไป "เฟซบุ๊ค" ของคนที่ถูกเรียกว่า "อาจารย์" คนนั้นไม่ได้..
เข้าไปเพจ แล้วลองอ่านๆดู.. ก็พบ..ว่า
"ไอ้อาจารย์" คนนั้น.. นอกจากทำเพลงแบบ "อีเลคทรอนิคส์" แล้ว
ยังเป็น "ศิลปินเดี่ยว" ที่มีสาวกมากมาย "คลั่ง" ทำ FC เพียบพอควร
มีแฟนๆไปฟังเพลงสดๆที่ "จังหวัดดังของภาคเหนือ" ในแบบ "ล้นผับ"
คือ "ไอ้อาจารย์" คนนี้ เล่นดนตรีในร้านดังๆแบบ "กีต้าร์ไฟฟ้า Fender ๑ ตัว"
กับ "ให้ตัวเอง" เป็นคนร้องเพลงนำ
โดยมีดนตรี Background คือ กลอง + เบส + กีต้าร์โปร่ง
ตามหลัก "เล่นเอง + ร้องนำเองคนเดียว" เงินทองไม่หายไปไหนมาก..นั่นแหละ
มันเป็นประเด็นขึ้นมาให้เล่าเรื่อง..
ก็เพราะ "เพจ" มันเชื่อมไปที่ Youtube
และเชื่อมไปบอร์ด SMF ส่วนตัวแห่งหนึ่งที่เปิดให้ใช้ฟรี
ใน "บอร์ด" ก็มีเพลงต่างๆให้กด like ..
เพลงหลายเพลงในนั้น คนบ้าฟังแล้วก็ชอบ เพราะร้องได้ดีแบบ ๗/๑๐
ฝีมือกีต้าร์ก็แบบ ๗/๑๐ ฟังแล้วมันเพลินๆ.. ก็จริง
แค่ว่า "แนวแจ๊ส" มัน "มั่วคอร์ด" มากไปหน่อย..
คือใช้คอร์ดธรรมดาในส่วนกีตาร์ แต่เล่นทาง "เบส" ให้เป็นแจ้ส
ซึ่งฟังยังงัยๆ มันก็เป็นพวก "Bossa" ที่คนไทยติดหู..
คือที่ "มรึงเล่น".. มันไม่ใช่ "แจ้ส" !!
แต่ "เพลงเจ้าปัญหา" แบบสั้นๆ ..ที่คนบ้าคาใจจาก Youtube นั้น มี Like เพียบ
โดยไม่มี Unlike นะซีครัฟ !!
เบื้องต้น คนบ้าก็จัดการสมัครเป็นสมาชิกบอร์ดซะ ..
แล้วก็ PM เข้าไปถาม "แอดมินอาจารย์" แบบ "ชิลๆ"..
ว่า.. ท่านได้แรงบันดาลใจมาจากที่ใดหนอ.. จึงทำเพลงได้ไพเราะปานฉะนี้ !!
ไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมง แอดมินอาจารย์..
ก็เอาไปตอบ ออก-หน้า-บอร์ด กันเลยทีเดียว..
----------------------------------------------------------------------
( คือ ..ผมส่งข้อความ เป็น ข้อความ p.m. ๆ (ส่วนตัว)...
แต่คุณท่านเทพฯ เขาก็เอาไปตอบออกหน้าบอร์ดฯ )
P.M. = Personal Message = ข้อความส่วนตัว
----------------------------------------------------------------------
"...ข้าพเจ้าได้แรงบันดาลใจมาจาก..การไปเที่ยวกับคนรักคนแรก..บลาๆๆๆ..
จึงแต่งเพลงรักแนว Easy Jazz ออกมาให้ได้ฟังกันครับ.. บลาๆๆๆ...
เพราะถ้าทำเพลงเป็น "Real Jazz".. ประเดี๋ยว "คนไทย" จะฟังไม่รู้เรื่อง.. บลาๆๆ.."
ว่าแล้วท่านอาจารย์ ก็โชวว์เพลงที่ว่า "แบบสด+แห้ง+จัดหนัก"
คือใช้วิธีบันทึกในห้องบันทึกเสียง(ส่วนตัว) แล้ว Post คลิปลงในบอร์ด
แบบ "ไม่ต้องรอนาน + เป็น HD" ซะด้วย !!
เพราะอัดคลิปไว้แล้ว แค่ยังไม่ได้โพสท์ !!
แล้วเพลง "แจ็ซ..เทพ" ก็บรรเลงออกมาให้ "สาวก" ได้เสพกันแบบเกือบ ๗ นาที !!
ตามคาด... ๒ วันผ่านไป ...
เหล่า "สาวก FC" ก็พากันมากด Like กันอย่างท่วมท้น
คนบ้า.. เมื่อได้อ่านคำบรรยายหน้าบอร์ด & ทำใจได้แล้ว
ก็ P.M. ไปถาม "แรงบันดาลใจ" อีก ๓ ครั้ง ตะติยัมปิ
รวมกับครั้งแรก เป็น.. จัตตุยัมปิ ๔ ครั้ง !!
ไม่มีการตอบ P.M. ใดๆที่ถือว่าเป็น คำตอบ
นอกจาก P.M. ตอบกลับมา ๑ ครั้ง .. Once Time ..ว่า
"ผมแจ้งไว้หน้าบอร์ดแล้วครับ"
ด้วยสิทธิ์เบื้องต้นเท่าที่คนบ้าจะทำได้...
คนบ้าจึง Log-in เข้าบอร์ด..แล้วก็ "กด Unlike" .. ไป ๑ ที !!
ไม่ถึง ๒ ชั่วโมงดีนัก "คนบ้า" ก็ถูกด่าออกบอร์ด.. ว่า
ไอ้สมาชิกที่ใช้ Avartar เป็นรูป ตัวอะไรสักอย่างที่ปากห้อยๆ
ที่มรึงเพิ่งสมัครสมาชิกมาเมื่อ ๕ วัน
แถมยังไม่ได้โพสท์ห่าอะไร
และยังเป็น Newbie ....
"มึงฟังเพลงเป็นมั๊ย"..
รู้จักมั้ย Jazz รู้จักมั้ย Blues รู้จัก Funky รู้จัก.. บลาๆๆๆๆๆ มั้ย
ถ้าไม่รู้... ก็อย่าไปกด UnLike..
มันเป็นการมาโชว์โง่..เข้าใจมั้ยไอ้ควาย !!!
คนบ้า..อ่านเม้นท์ต่างๆเสร็จ..
ฮาขี้แตกได้สัก ๕ นาที ๑๐ นาที
ก็เลยเขียนคำวิจารณ์ออกไปแบบ "บ้าๆ"
โดยมี "จำนวนคำ" น้อยกว่า การอธิบาย "แรงบันดาลใจ"
ของ "ไอ้อาจารย์นั่น"ประมาณ.. ๕๐ %
( แปลว่า.. ที่ไอ้นั่นมัน โพสท์เรื่องแรงบันดาลใจ.. มันได้พิมพ์ "ตัวหนังสือ" มากกว่าที่ "คนบ้าพิมพ์" เกือบ ๑ เท่าตัว )
ซึ่งจนป่านนี้ .. ในเว็บบอร์ดฟรีแห่งนั้น ..
"คนบ้า"
ก็ยังไม่ได้รับการ Like ใดๆใน Comment Post นั้น..
แต่ได้ Unlike เพียบ..
อ้อ !..
และข้อความที่พิมพ์...
คนบ้าพิมพ์ไปว่า...
ขอตอบกระทู้คุณ..ดังนี้...
ก. เกริ่นนำ
"ข้อความ - ที่พิมพ์สู่สารธารณะ" ..หรืออีกนัยยะหนึ่ง
..มันก็คือ "การพูด - ออกไปให้ผู้อื่นได้ยินได้ฟัง" ..นั้น !
เว็บไซท์ในโลกออนไลน์ ( ซึ่งก็อย่าลืมว่า มันเป็น "โลก" ที่ไม่จริง ! ) ..
ณ. ปัจจุบันนี้ มี "ปุ่ม" ที่เรียกกันว่า ปุ่ม LIKE ไว้ให้ผู้ที่อ่าน ( = ได้ฟัง )
ได้วิพากษ์ - วิจารณ์ แบบสั้นๆ โดยไม่ต้อง "อธิบายให้มากความ"..
ก็คือ ถ้าชอบ,หรือเห็นพ้อง = ก็กด LIKE .. ถ้าไม่ชอบ,หรือไม่เห็นด้วยก็กด UNLIKE
ในที่นี้ก็ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อน ว่าไอ้ที่ LIKE หรือ UNLIKE นั้น
ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ความจริง" ของเวลา ณ. ปัจจุบันนี้ ที่คนที่ "รู้จริง"
เขาได้ตั้งกฎเกณฑ์ไว้หรือไม่ ?
หมายความว่า... ในอนาคต อาจจะเปลี่ยนหลักการไปได้ แต่ปัจจุบันนี้
คนเขาใช้หลักการ "นั้นๆ" อยู่
ตย. เช่น.. แต่ก่อนมีหลักว่า ดาวพูลโต ถือกันว่าเป็นบริวารของดวงอาทิตย์.. ดวงที่ "เก้า"
แต่เดี๋ยวนี้ ก็ต้องไปแก้ตำราว่า ดาวพูลโต ไม่นับว่าเป็นบริวาร "ดวงที่เก้า" ของดวงอาทิตย์
อีกแล้ว.. เป็นต้น
การกด LIKE หรือ UNLIKE นั้น ก็เป็นแบบเดียวกัน
ก็คือ ผู้ที่กด LIKE หรือ UNLIKE นั้น ที่กดไป ก็อาจ "กด" ตามฐานความรู้ที่ตนเองมีอยู่
หรือกดโดยใช้อารมณ์ ณ ขณะนั้นๆ - หรืออาจ - กด ด้วยว่าเป็นเพื่อน หรือ ฯลฯ บลาๆๆๆ
"ซึ่ง" .. การกด.. อาจจะกด โดย "ไม่ได้ใช้" หรือ "ไม่รู้จริง"..บนฐานแห่งความถูกต้อง
กล่าวโดยสรุป ว่า "อาจ-กด" โดยใช้อารมณ์ร่วม หรือความรู้สึกเป็นหลัก
( คือถูกใจ - แต่ไม่ถูกต้อง )
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น..
ก็ไม่ได้หมายความว่า การกด LIKE หรือ UNLIKE
แบบใช้อารมณ์นั้น จะเป็น "ความผิด"
หรือคนที่ดูยอด LIKE หรือ UNLIKE นั้น
ต้อง เอาเป็นเอาตาย ( ซีเรียส )... ก่อนที่จะ คลิ๊ก !!!!
เพราะ มันก็แค่การ Click !
XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXxx
ข. เริ่มเข้าประเด็น
คุณเคยรู้สึกมั้ยว่า ตอนที่รัฐบาล ใดๆ ที่กำลังเป็นรัฐบาลอยู่
จะไม่สนใจ เรื่องดีๆ ที่เข้าท่าๆ ที่ถูกเสนอโดยฝ่ายค้าน
หรือ เอาแบบ ในสังคมปัจจุบันที่เราเห็นบ่อยๆ เช่น
อะไรที่ "เสื้อเหลือง" เสนอแล้วมันเข้าท่า
และ "เสื้อแดง" ก็รู้อยู่ว่า "เข้าท่า"... แต่เสื้อแดงเขาก็จะไม่ทำข้อเสนอดีๆนั้น..
หรือ อะไรที่ "เสื้อแดง" เสนอแล้วมันเข้าท่า
และ "เสื้อเหลือง" ก็รู้อยู่ว่า "เข้าท่า"... แต่เสื้อเหลืองเขาก็จะไม่ทำข้อเสนอดีๆนั้น..
อันนี้เขาเรียกกันว่า "มี - อคติ"
ที่ยกตัวอย่างมานี้..
คุณจะพบในวิธีการแบบนี้
ในการ ที่คน กด LIKE หรือ UNLIKE
ใน เฟซบุ๊ค - ยูทูป เฉกเช่นกัน
XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXx
ค. เริ่มเข้าใกล้ประเด็นมากขึ้น
ผมกำลังจะบอกว่า การ การกด LIKE หรือ UNLIKE ในเพซบุ๊ค
หรือ ยูทูป หรือแม้แต่ ยอด VIEW เยอะๆ นั้น ..
คุณไม่ควรเอามาเป็นหลักการ หรือ บรรทัดฐาน
คุณ - ต้องแยกเรื่อง..
( ๑. คงเคยเห็น Clip ไร้สาระ ที่มีคนดูเป็นล้านๆ เพราะดันตั้งชื่อ Clip ได้น่าสนใจ นะครับ )
( ๒. จะลองดูยอด VIEW ของ อ.จำรัส เศวตาพร ..เทียบกับ ยอดเพลง "คันหู"..ก็ได้ )
ก็เอาเป็นว่า หาก "จำเป็น" .. เจ้าความเห็นของ UNLIKE ก็มีความหมาย
หรือมี "นัยยะ" หรือ ประโยชน์แฝงอยู่ !!
XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX
ง. เกือบ เข้ากลางประเด็นแล้ว
คำถามน่าสนใจ...
๑. คุณว่า โค๊ชฟุตบอล ( หรือ กีฬาอื่น ) กับ นักกีฬาที่ลงเล่นจริง..
ใคร "เล่นจริงๆ" ได้ดีกว่า...
ก. ถ้าคำตอบคือ "นักกีฬา".. คำถามต่อไปคือ แล้วจะมีโค๊ช ไว้หาพระแสง ทำไม ?
ข. ถ้าคำตอบคือ "โค๊ช" .. คำถามต่อไปคือ แล้วทำไมโค๊ช ไม่ลงไปเล่นเองสิ้นเรื่องสิ้นราว
จะจ้างให้เปลืองเงินทำไม ?
ก็ขอนอกเรื่องนิดนึง ..แต่ก็ยังเข้าเกณฑ์เรื่องที่กำลังตอบอยู่...
พวกฝั่งชาวตะวันตก..เขาจะมีคำพูดเท่ห์ๆ ว่า TEAM ไม่มีตัว i(ไอ-ฉัน-กรุ) ความหมายคือ
ต้องไม่มี "กรุแน่นะว้อย" อยู่ในการทำงานแบบ "กลุ่ม"
ซึ่งต้องอาศัย ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
( หรือที่ชอบเรียกทับศัพท์กันว่า มี UNITY )
๒. เมื่อคุณถูกวิพากษ์วิจารณ์..คุณสนว่า "ใครพูด"
หรือสนใจว่า "เขาพูดว่าอย่างไร"
ก. ถ้าคำตอบ "แว่บแรกในสมอง" ..ของคุณคือ "ใครพูด?"
แสดงว่า สมองส่วนอารมณ์ของคุณ มีมากกว่าวุฒิภาวะโดยรวม
ข. แต่ถ้าคำตอบ "แว่บแรกในสมอง" ..ของคุณคือ "พูดว่าไง ? "
แสดงว่า ส่วนวุฒิภาวะของคุณ มีมากกว่า ส่วนการใช้อารมณ์
จ. เข้าเรื่องแล้ว ๗๐ %
๑. ดนตรีที่เล่นเป็นวง ( BAND ) มีวิธีการสื่อต่างจากการเล่นเดี่ยว ( SOLO )
เพราะมีเครื่องดนตรีผสมผสานกันหลายชนิด
อีกทั้ง "โน๊ต" เสียงเดียวกัน ที่มาจากต่างเครื่องดนตรี "หากจัดการโน๊ต" ไม่ถูกต้อง..
มันจะ "ไม่ไพเราะ" ที่จะพบว่านักดนตรีเขาใช้สำนวนว่า ..
มัน-รก มัน-กัดกัน มันไม่อุ้ม มัน-อวลไปหมด มัน-ดูแบนๆ มัน-ไม่อุด ฯลฯ บลาๆๆ
๒. ดนตรีที่เล่นเป็นวง ( BAND ) และมีการร้องนำ ( LEAD VOCAL ) ก็จะต้องเรียบเรียง
เสียงประสาน ให้ต่างจากข้อ ๑
ตย. เช่น ..มันจะตลกมาก ถ้า.. ในขณะที่ตัว "นักร้อง" ให้เสียงอยู่
ก็มี "โน๊ตดนตรี" จากเครื่องเล่น "กีตาร์" ไป "กวน" เสียงร้อง..
ที่เป็น "เสียงโน๊ต" เดียวกัน.. !
ในทางปฏิบัติ มืออาชีพทั้งหลาย.. จึงต้องมีการเรียบเรียงดนตรี..
ให้มีการ "หลบโน๊ต" เมื่อถึงท่อนที่มีการ "ร้อง" เป็นต้น
( และ..มีเรื่องอื่นๆ อีก ฯลฯ บลาๆๆ )
๓. ดนตรีที่เล่นเป็นวง การเล่น "เครื่องดนตรี" ให้มีเสียง "ล้อ" หรือ "เล่น" ซึ่งกันและกัน
ระหว่างนักดนตรี เป็นทั้งการสร้างสรรค์เชิงโน๊ตดนตรี, ความสนุก ความสุข-เพลิดเพลิน
ในการได้เล่นดนตรีร่วมกันของ "ทีม"
ดังนั้นวงมืออาชีพ ( แม้แต่การเล่น BACKUP ในกรณีที่ไปเล่น ให้นักร้องดังๆ ) ก็เป็นเรื่องของ
คำว่า "มืออาชีพ"
ไม่ใช่การรวมตัวนักดนตรีมา "แสดงอะไรสักอย่าง" ที่หาความไพเราะโดยรวม
ของเพลง "ประเภท" นั้นๆไม่ได้ ..
แต่ดันเรียกตนเองว่า "ศิลปิน"..
๔. การเล่นดนตรี แบบเครื่องดนตรีเดี่ยว และ ร้องไปด้วย
( เปียโน + ร้อง หรือ กีต้าร์ + ร้อง เป็นต้น )
ผู้นำเสนอที่ทั้งเล่นทั้งร้อง ..ต้องมีความสามารถครบเครื่อง ในการ "เอาให้อยู่"
ดนตรีก็ต้องเล่นให้ดี ... ร้องก็ต้องร้องให้ถูกต้อง - ให้ไพเราะ - ให้อารมณ์เพลงไปกับเนื้อร้อง
ถ้าอย่างใดหรือทั้งหมดยังไม่สมบูรณ์ ก็ควรเลือกไปเลย ว่าจะเอาดีด้านใด จะเล่นดนตรี
หรือจะร้องเพลง ก็เอาซักเรื่อง
ไม่งั้น ก็ย่อมถือได้ว่า เป็นการฆ่าตัวตายบนเวทีซะเปล่าๆ.
ทั้งนี้ ไม่รวมไปถึงการเล่นแบบเน้น "เอนเตอร์เทน" เช่น Lady Gaga ( ขออภัยที่อ้างอิง )
หรือ หลายหลายวงที่ดังๆในไทย
ที่เน้นเรื่อง หล่อ -เท่ห์ - สวย -อึ๋มส์
( ซึ่งในไทยนั้น.. ส่วนใหญ่ ก็เป็นแบบ เล่นไม่ใช้สมอง & เล่นดนตรี-รก )
ฉ. เข้าเรื่องที่ ๑๐๐ %
๑. มีนักร้องที่ตั้งวงและดังและดี(หลายวง) พอไปยุ่งยุ่มย่ามหรือไปลุยลงมือเอง กับการ
มิกซ์ดาวน์ และ การมาสเตอร์ริ่ง กลับกลายเป็นว่า
อัมบั้มนั้นๆ ไม่ดัง หรือ ไม่ดัง เท่ากับที่ให้มือมาสเตอรริ่งเก่งๆ เขาทำให้
สรุปคือ คนเราไม่ได้เก่งทุกอย่าง
๒. มียอดนักประพันธ์เพลงด้วยการประพันธ์ดนตรีลงในกระดาษบรรทัด ๕ เส้น
ที่เข้าใจเครื่องดนตรีอย่างมากๆ ( แต่งเพลงเมื่อไหร่ ? .. แทบจะ "ดัง" ทุกเพลง !! )
แต่พอขึ้นเล่นเองบนเวที กลับไม่เพราะเท่ากับเพลงที่ตัวเองแต่ง ก็คงจะต้อง
ใช้คำว่า "คนเราไม่ได้เก่งทุกอย่าง"
๓. มียอดนักประพันธ์เพลงด้วยอีเล็คทรอนิคส์ ที่เข้าใจเครื่องดนตรีอย่างมากๆ
( ใช้โปรแกรมแต่งเพลง ทำเดโมมิดี้ ได้เก่งมากๆ )
แต่พอขึ้นเล่นเองบนเวที กลับไม่เพราะเท่ากับเพลงที่ตัวเองแต่ง ก็คงจะต้อง
ใช้คำว่า "คนเราไม่ได้เก่งทุกอย่าง" อีกนั่นแหละ
๔. มีคนถือเอา "ใบปริญญาด้านดนตรี" เป็นที่ตั้ง แล้วคิดเอาเองว่า "กรูเก่ง" จนลืมไปว่า
ดนตรี เขาไม่ได้วัดกันตรงใบปริญญา หรือ ทฤษฏีดนตรี
แต่เขาวัดกันที่ "ได้ทำเพลง - ให้ไพเราะ - ให้ถูกต้อง " ในเพลงแนวนั้นๆ หรือไม่ ?
( เช่น ไทยเดิม - ร็อค - ป๊อบ - คันทรี่ - บูล - แจ๊ซ บลาๆๆ )
เรื่องก็เลย กลายเป็น "ต้องมาวัด" กันว่า ..ที่จบดนตรีได้ปริญญามานั้น ..
"คุณได้ทำเพลง" หรือเล่นเพลงนั้นๆ ได้ "ไพเราะ" หรือไม่
๕. มีนักร้องที่ เล่นดนตรีได้ "หลายคน" ในวงดังๆในประเทศไทย
ของเรา ฟังไม่ออก
ว่ากีต้าร์ที่เขาเล่นอยูนั้น...สาย "สาม" มันเริ่ม "เพี้ยน" มาตั้งแต่
เล่นเพลงเมื่อตะกี้แล้ว..
แต่ก็ยังทู่ซี้ เล่นแบบ "เพี้ยนๆ" ให้คนที่เสียเงินซื้อ หรือคน
ที่กำลังฟัง(ผู้เสพ) .. อยู่ได้ หน้าไม่อาย
เข้าใจที่ผมสื่อมั้ย.. ผมกำลังบอก-ว่า
๑.อาจฟังออก/รู้แล้ว-ว่าเพี้ยน-แต่ต้องเล่นต่อเพราะฟิลกำลังไหล
๒. (ไอ้เวรนั่น) มันฟังไม่ออก-ว่าเพี้ยน-และเล่นต่อแบบดูถูกคนฟัง
ช. สรุป
ผมไม่ได้ พิมพ์ยาวๆ อย่างนี้ เพราะมี "อารมณ์" เนื่องจากถูกวิจารณ์หรือ "อ้างถึง" หรือเพราะ
ถูกคนเขา "UNLIKE" ในการโพสท์ "คำวิจารณ์" Clip ของคุณ ที่คุณนำเสนอ
ขึ้น Youtube และ FreeBoard แห่งนี้
แค่อยากจะบอกว่า...
คนเราที่มัน "เละเทะ" กันทุกวันนี้ ..
เพราะผมเชื่อของผมเองว่า..
โลกแห่ง "อารท์ติสท์" ของคนบางคน..
ที่บอกว่าตนเองเป็น ART ตัวพ่อตัวแม่ นั้นน่ะ..
มันมีคนที่ "เละเทะ" ก็เพราะ "เขาคนนั้น" ..แยกไม่ออก(สับสน)ว่า..
A. "คนอื่น" เห็นว่าหรือคิดว่า "เขา" เป็นนั่นเป็นนี่ ...
เขา - เลยคิดว่า "ตัวเอง - เป็นนั่นเป็นนี่ "
B. "เขาเอง" เห็นว่าหรือคิดว่า "ตัวเขา" เป็นนั่นเป็นนี่ ...
เขา - เลยคิดว่า "ตัวเอง - เป็นนั่นเป็นนี่ "
แต่เมื่อ "เขาคนนั้น" ได้เข้าใจโดยถูกต้องว่า "เขา" ...
จริงๆแล้ว เขาเป็น "ใคร/อะไร"
เมื่อนั่นแหละ..
อัจฉริยภาพ ที่เขา "มีจริงๆ" ก็จะปรากฏออกมาเอง
โดยไม่ต้องให้ "ใคร" มาวิพากษ์วิจารณ์เลยด้วยซ้ำ
ถอนหายใจ "เฮ้อ ! " ...ยาวๆ สามที ก่อนกด Enter ส่งข้อความนี้ !!!
ก็ช่วยๆ อ่านให้เข้าใจ.. ก่อนนะครับ .....
แล้วค่อยกด "UNLIKE"
( เช่นเดิม )
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น