วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

ว่าด้วยมุมมองเรื่องคน - ๐๐๒

คิด - วิเคราะห์ - แยกแยะ = จงมี ค.ว.ย.
--------------------------------------------


ว่าด้วยเรื่อง "คน"

    ทฤษฎีของท่านอื่นว่าอย่างไร ก็ว่ากันไป ค้นหา-ค้นคว้า
    ได้ตามอัชฌาสัยครับ ส่วนของผม เห็นเป็นอย่างนี้ครับ
     ( ไม่ได้รู้เอง จำมาบ้าง คิดผสมเข้าไปบ้าง )
   
    ก. มี ผู้นำ และ มีผู้ตาม

    ข. มี คนคิด(ขึ้นใหม่) -  มีคนทำ(ตาม) -  มีคนใช้(ประโยชน์) - มีคนดู(เฉยๆ)

    ฃ. มี คนทำได้-ทำเป็น  -  มีคนทำเก่ง - มีคนทำให้ดีกว่าเดิม

    ค. มี คน"สร้าง"เหตุการณ์ - มีคน"อยู่"ในเหตุการณ์ - มีคน"รู้"สถานการณ์

       และ มีคนที่"ไม่รู้เอี้ย"อะไรเลย


    ฅ.  มี คนที่ทำ"หน้าที่"ก่อนที่จะใช้ "สิทธิ์" - มีคนที่อ้าง"สิทธิ์"ก่อนที่จะทำ"หน้าที่"
        ( เช่น ไม่ได้ทำหน้าที่พ่อ-แม่ที่ดี แต่ใช้สิทธิ์ของผู้ให้เกิด ดุลูกว่า "มรึงไม่ตั้งใจเรียน" )

    ฆ.  มี คนที่ "ส่งแค่สาร" และ มีคนที่ "ส่งสารและเติมความเห็นของตนเองเข้าไปด้วย"
        ( แอบเติม..อันนี้ เป็นกันทั้งโลก .. โลกวุ่นก็เพราะการเติม ทำให้คนส่งกับคนรับ เข้าใจไม่ตรงกัน !! )

    ง.  มี คนที่ศรัทธาแต่ไม่งมงาย และ มีคนที่ศรัทธาแบบงมงาย
        ( ข้อนี้คงไม่ต้องยกตัวอย่างมั้งครับ ... ฮา !!! )

    จ.  มี คนที่เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าตัวเอง และ มีคนที่เห็นแก่ตัวเองมากกว่าส่วนรวม

    ฉ.  มี คนที่วิจัยจนเข้าใจแล้วพัฒนาเรื่องนั้นๆ และ มีคนที่เอาแต่เลียนแบบชาวบ้าน

    ช.  มี คนที่ทำของขายคนอื่น และ มีคนที่เอาแต่ซื้อของคนอื่น

    ซ.  มี คนที่ภูมิใจวัฒนธรรมของตัวเอง และ มีคนที่ดูถูกวัฒนธรรมของตัวเอง

  ฌ.  มี คนที่สร้าง(ประดิษฐ์)ค่านิยม(แฟชั่น) ..
   และ มีคนที่เห่อแฟชั่น

***************************************

ว่าด้วยเรื่อง เจ้าหนู "จำมัย?" ( เจ้าหนู " ทำไม? " )



    ก. ถ้าเก่งเท่าครู.. มนุษย์ก็ยังคงใช้เทียน หลอดไฟฟ้าคงไม่มี ?  ;)

   
    ข. ถ้าเชื่อครู.. เรื่อง "ครูคิดว่า.."  มนุษย์ก็ยังคงเชื่อว่าโลกแบน :-X


    ฃ. ถ้าไม่เชื่อครู.. เรื่อง "ข้อห้าม" ทุกคนก็คงเอาแอลกอฮอล์ ล้างตาให้สะอาด  :D


    ค. เพราะเชื่อครู..เรื่อง "หัดมีสมองเรื่องเซ็กซ์" ..บริษัทถุงยางอนามัยจึงเปิดกันให้พรึ่บ :)


    ฅ. เมื่อกว่าร้อยปีก่อน ยังไม่มีกล้องจุลทรรศน์อีเลคตรอนด้วยฃ้ำ
        พวกนักเคมีจินตนาการเรื่องโครงสร้างโมเลกุลได้ยังงัย ?  :f
        แถมยังทำนายธาตุล่วงหน้าได้อีกด้วย ?

        แล้วรู้ได้งัย ว่าธาตุนั้นๆมันมีจำนวนอีเลคตรอนอิสระเท่านี้ตัวที่เกินอยู่  ถ้านำไปผสม
        กับธาตุโน้น ที่อีเลคตรอนอิสระกำลังขาดอยู่  จะได้สารประกอบชื่อนั้นๆขึ้นมา และ
        พอลองผสมดู เขาก็ได้สารประกอบแบบที่คำนวณขึ้นมาจริง
       
        เขารู้ได้ยังงัย? สุดยอดจินตนาการเลยเนอะ ?  8)


    ฆ. แค่แอปเปิ้ลหล่นใส่หัว นักฟิสิกส์ที่กำลังมึนหัว กับสูตรที่ตนเองเขียนเอง - งงเอง   :-X

        เขาก็เอาสมการนู่นมาปะนี่ เอาตัวแปรนี่ไปแปะโน่น..
       
        แล้วคนรุ่นหลังๆ ก็ต้องมานั่งท่อง กฏแรงโน้มถ่วง จนหัวหมุน..  :(

        อยากรู้จังเลยว่าพ่อ-แม่ของท่านเซอร์นิวตัน เขาใช้แบรนด์ซุบไก่ให้ลูกกินทุกเช้ามั้ยหว่า ?  :D



    ง. สนใจหรือทึ่งไปใย ?

        ว่านาโนเทคโนโลยีกับซีพียูวันนี้ มันบรรจุทรานซิสเตอร์ไว้ในแกนขนาดเท่า
        ครึ่งเหรียญสลึงได้แล้วกี่ร้อยล้านตัว
       
        หรือแฟลชไดรฟ์ ๓๒ Gb ทำมัยตัวกะตี๊ดเดียว !
       ( แรมในคอมฯ ของยานอพอลโล่ ๑๑ มีขนาด ๗๖๘ Kb ! ต่อ ๑ แกน CPU )
         
        แต่..มันน่าทึ่งกว่ามาก..!!
       
        ว่าคนคนแรกที่สร้างทรานซิสเตอร์ด้วยทฤษฏีอีเลคตรอน เขาทำได้ยังไง ?

        จากทฤษฏีวาเลนซ์อีเลคตรอน ที่ตอนนั้นมันเป็นแค่เรื่องที่อยู่ในกระดาษวิจัย..

        ไอ้เจ้าสารพี(P) กับสารเอ็น(N) ก็สมมุติกันเองทั้งทีมแล็บฯ ( รั่ว + เพี้ยนทั้งทีม )
     
        มันช่างเวอร์สุดๆ & สุโค่ยอีกต่างหาก
        ( Transistor - ทำให้คุณมี ไอ -โฟน  ใช้งัย ? )


    จ. ทำไม? ประเทศลุ่มน้ำที่เหมาะกับการทำเกษตรฯ
       (แบบว่า ...ธรรมชาติสร้างมา..ให้มาเป็นครัวของโลก)  ;)
       
        จึงเอาแต่พัฒนาให้เร็วในเรื่องเทคโนฯ และฝั่ง "ของ(ซื้อมา)ใช้ "   ???
       
        แต่กับเรื่องเทคโนฯการเกษตร ที่เป็นเรื่องไม่ควรช้า ก็ถ่วง -ช้า- ขวาง ..งบประมาณ
        กันอยู่นั่นแหละ..  >:(
       
        ทำให้อยากรู้ว่า คนในข้อย่อยข้อไหน ? ในหมวด
      ที่มันอยู่ฝ่ายบริหาร..วะ !!
( ศาาสสสตตตรรร์ )
::)
         ( ถ้าอยากอ่านอ้างอิง ข้อ. ๒ ก็ไปอ่าน  ว่าด้วยเรื่อง "คน" )


    ฉ.  ทำไม ? ฝรั่งจำนวนมาก (นับเฉพาะพวกที่มีกึ๋น - และเป็นคนดีๆ )
         ที่มาเที่ยวไทย และทึ่งวัฒนธรรมไทย ผลสุดท้าย ตัดสินใจอยู่เมืองไทย

         จึงมีมากๆคน ที่ พูดไทย ชัดกว่า คนไทย  ???
         และเป็นคนไทย มาก-กว่า คนไทยซะอีก
       
         เขาทิ้งการงานดีๆ & เงินมากๆ & เทคโนฯสุดๆ มาอยู่บ้านเราทำไม ? อยากรู้จัง ? :'(


    ช. ทำไม ? เจอแต่ข่าว กลุ่มไฮโซฯ กลุ่มเซเลบฯ ในบ้านเรา :-X

        ที่เห่อ เทรนด์อเมริกัน เทรนด์ยุโรป เทรนด์เกาหลี เทรนด์ญี่ปุ่น  :D

        ม่ายเห็นพวกเขา เห่อ เทรนด์ไทย บ้างเลย งง? ( เทรนด์=อยากเป็น )  :f

*****************************************************************
ว่าด้วย "เรื่องที่พอคิดแล้ว" ทึ่ง !!


    ก. คำว่า "ดนตรีเป็นของสากล"
        คำว่า "สากล" ไม่น่าจะหมายความถึงแค่ว่า บรรทัด ๕ เส้น, ตัวโน๊ตพยางค์เสียง, ส่วน, บาร์
        หรือว่า เทมโป้ ฯลฯ ที่พอเขียนโน๊ตสากลแล้ว
        ทำให้นักดนตรีต่างเผ่าพันธุ์ต่างเชื้อชาติ สามารถ เห็น/อ่าน ถอดโนีตออกมา แล้วเข้าใจตรงกัน..
     
ิิิิิิิิิิิ        แต่ว่าผมว่าน่าจะหมายถึง ถ้าภาพรวมของเพลงสักสองห้อง..หาก "โน๊ต" มันเศร้า :(

        จะเผ่าไหน ชนชาติไหน ได้ฟังเพลงนั้น มันก็จะฟังดู "เศร้า" ต่างหาก.

        ที่ทำให้ดนตรีเป็นของ "สากล" !



   ข. หนึ่งออคเต็ปสากล คือ ๑๒ ตัวโน๊ต สามารถสลับเสียงไปๆมาๆได้ = ๑๒ ยกกำลัง ๑๒  ???
       ( หรือ ๑๒ ^ ๑๒ ) ซึ่งเท่ากับ ๘,๙๑๖,๑๐๐,๔๔๘,๒๕๖ รูปแบบเสียง !!!  8)


 
   ฃ.  อ้างโดยเวลา(ที่สมมุติ)ของโลก วัดได้โดยประมาณว่าดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองกับหมุน
        รอบโลกใช้เวลาเท่ากันคือ ๒๙ วันครึ่ง  8)

        และเท่ากันกับค่าเฉลี่ย ของระยะเวลาตกไข่ในมนุษย์เพศหญิงที่มีสุขภาพดีและอยู่ในช่วง
        วัยเจริญพันธุ์ !!!   :)

        และจากการสุ่มตัวอย่างสำรวจของนักวิจัย พบว่าพวกผู้ชายร้อยละ ๙๐ จะรู้สึกว่า "คู่" ของ
        เขา สวยมีสเน่ห์มากกว่าปกติ  ;D

        ในคืนที่จันทร์เต็มดวง(คืนเพ็ญ) และในคืนที่จันทร์มืดทั้งดวง(คืนแรม)  :)

*******************************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น