A.
คนที่ รู้ .. มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่เลือกพูด "แบบถูกที่-ถูกเวลา-ทุกครั้ง"
.. มีความปรารถนาดีต่อผุ้อื่นทุกครั้ง
.. ไม่เคยคิดร้ายกับใครแม้แต่ครั้งเดียว
.. โกรธคนไม่เป็น..
ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา และยิ้มออกมาจากใจ
มองเมื่อใด ..หรือเมื่อที่ผม "ได้ยิน" เสียงคราวใด
ผมก็จะมีแต่ความสุข
และ ..
เมื่อคนผู้นั้น หากได้ "พูด-คุย" กับคนที่โง่-แต่ฝึกได้
(อีกทั้งการ "คุย" "เกือบ-ทุกครั้ง")
ก็มีความสามารถ .. ที่จะปรับปรุง "คนที่คุยด้วย"
ให้มี "นิสัย" ดีขึ้น-ต่างจากเดิม
และคนโง่คนนั้นๆ
ก็ไม่กลับไป "แย่" แบบเดิมอีกเลย.. สักคนเดียว..
ผมเรียกคนนั้นว่า... "ศาสดาผู้ก่อตั้งศาสนา"
และเรียกลูกศิษ์ของศาสดา(ไม่ว่าจะศาสนาใดๆ)
ท่านนั้นๆว่า..
อริยะบุคคล !!
B.
คนที่รู้ ๔๐ % ในเรื่องที่พูด..แล้วพูดเรื่องนั้นๆ ได้ทั้งวัน..
แต่ก็ไม่เคยพูดเกิน ๔๐ % ที่คนๆนั้นรู้..
ผมจะเรียกคนๆนั้น..ว่า...คนช่างพูดช่างเจรจา..
C.
คนที่รู้ ๔๐ % ในเรื่องที่พูด..แล้วพูดเรื่องนั้นๆ ได้ทั้งวัน..
แต่ก็ไม่เคยพูดเกิน ๔๐ % ที่คนๆนั้นรู้..
และ สามารถ "ควบคุม-ตัวเอง" เรื่องถูกที่ถูกเวลา..
พร้อมทั้งพยายามหาความรู้เพิ่มเติมในเวลาที่ว่างๆ
ผมจะเรียกคนๆนั้น..ว่า...ครูประถม-เป็นตัวอย่างเด็กได้
D.
คนที่รู้ ๔๐ % ในเรื่องที่พูด..แล้วพูดเรื่องนั้นๆ ได้ทั้งวัน..
แต่ก็ไม่เคยพูดเกิน ๔๐ % ที่คนๆนั้นรู้..
และสามารถ "ควบคุม-ตัวเอง" เรื่องถูกที่ถูกเวลา..
และสามารถประเมินได้ว่า ควรพูด "อะไร-กับใคร-อย่างไร"
ผมจะเรียกคนๆนั้น..ว่า...
ครูจอมจิตวิทยา-คนมีจิตวิทยาการพูด-นักการทูต
E.
คนที่รู้ ๔๐ %
แต่ "ผสม-เรื่องที่คิดไปเอง..แบบให้ความเห็นเพิ่มเติม"
โดยบอกคนที่กำลังฟังว่า..
ผมมี คหสต. เพิ่มเติมจาก ๔๐ %
(ที่ผมรู้).. ดังนี้...บลาๆๆ
ผมจะเรียกคนๆนั้นว่า "คนช่างคิด" และกล้าแสดงออก
F.
คนที่รู้ ๔๐ %
แต่ก็พยายามหาความรู้ให้มากกว่า ๔๐ % ที่ตนเองรู้อยู่..
อย่างเป็นขั้นตอนตามหลักการ "เรียนรู้"..
อันได้แก่.. ฟัง-คิด-ถาม-บันทึก..
ผมจะเรียกว่า.. "นักศึกษา"
G.
คนที่รู้ ๔๐ %
แต่ข้องใจมากๆว่า "ไอ้เจ้า ๔๐ % ที่ตนเองรู้อยู่"
มันมีที่มาที่ไปอย่างไร มีมากกว่านี้หรือไม่?
มีที่มาอย่างไร ? จริงหรือ ? หรือว่า? หน้านิ่วคิ้วขมวด
กับระดับความรู้ ๔๐ % ที่ตนเองมีอยู่..
เข้าข่ายเข้าหลักที่ว่า..
ไม่เคยพอใจในความรู้ที่ตนเองมีอยู่
ผมจะเรียกว่า "คนวิทย์-คนขี้สงสัย-นักค้นคว้า"
H.
คนที่รู้ ๔๐ %
แต่รู้แบบที่เรียกว่า กรุนั้น ! เข้าใจทุกเรื่องทั้ง ๔๐ % โว๊ย !
(แม้กระทั่งที่มาของสิ่งที่รู้)
ผมจะเรียกว่า.. "ศาสตราจารย์"
I.
คนที่รู้ ๔๐ % ในเรื่องที่พูด..
แล้วพูดเรื่องนั้นๆ ได้ทั้งวัน..
แต่พูด "เกิน ๔๐ %" ที่คนๆนั้นรู้..
แบบคิดเอาเองไปเรื่อยเปื่อย เอานั่นผสมนู่นโน่น
แล้วก็พูดเหมือนตัวเอง "รู้" ทุกเรื่อง
แต่พอให้ "ลงมือทำ" ก็จะทำได้แค่ ๔๐ %
เท่าที่ตัวเองรู้ ! ทุกทีทุกครั้ง !
แต่ก็ไม่เคยได้เกิน ๔๐ % เลย !!
ผมจะเรียกคนๆนั้น..ว่า... คนอวดเก่ง
J.
คนที่รู้ ๔๐ % ในเรื่องที่พูด..
แล้วพูดเรื่องนั้นๆ ได้ทั้งวัน..
แต่พูด "เกิน ๔๐ %" ที่คนๆนั้นรู้
แบบคิดเอาเองไปเรื่อยเปื่อย เอานั่นผสมนู่นโน่น
แล้วก็พูดเหมือนตัวเอง "รู้" ทุกเรื่อง
แต่พอให้ "ลงมือทำ"
กลับทำได้ต่ำกว่า ๔๐ % ทีเค้าคนนั้นรู้
และไม่เคยพัฒนาได้เข้าใกล้ ระดับ ๔๐ % เลย !!
ผมจะเรียกคนๆนั้น..
ว่า...
คนขี้คุย-คนขี้โม้
K.
คนที่ไม่รู้อะไรเลยในเรื่องที่พูด..
แล้วพูดเรื่องนั้นๆ ได้ทั้งวัน..
ด้วยการใช้ "ความจำได้"
และแถมเอานั่นผสมนู่นโน่น แล้วก็พูดเหมือนตัวเอง "รู้" ทุกเรื่อง
เพียงเพื่อให้คนอื่น"เรียกว่าผู้รู้"
แต่พอให้ "ลงมือทำ" กลับทำอะไรไม่ได้เลย
เพราะเป็นการ "ท่องจำ-ล้วนๆ"
ผมจะเรียกคนๆนั้น..ว่า...
ความจำ(ไม่ใช่รู้)ท่วมหัว..
เอาตัวไม่รอด
L.
คนที่ไม่รู้อะไรเลยในเรื่องที่พูด..
แล้วพูดเรื่องนั้นๆ ได้ทั้งวัน..
ด้วยการใช้ "ความจำได้"
และแถมเอานั่นผสมนู่นโน่น
แล้วก็พูดเหมือนตัวเอง รู้ทุกเรื่อง
เพียงเพื่อให้คนอื่น "ชื่นชม+มีที่ยืนในสังคม"
แต่พอให้ "ลงมือทำ" กลับทำอะไรไม่ได้เลย
เพราะเป็นการ "ท่องจำ-ล้วนๆ"
ผมจะเรียกคนๆนั้น..
ว่า...คนน่าสงสาร.. ครับผม
และ..
M.
ไม่ว่าใครก็ตาม
ในคนกลุ่ม B.. ถึง... คนกลุ่ม K
ที่แสดงความ รู้ของตนเองเพียงเพื่อ ข่มผู้อื่น
และทำให้ "ตนเอง".. สบายใจเพียงชั่วครั้งชั่วคราว
เมื่อได้แสดง.. "ภูมิ-นั้นๆ"
และการ "อวดภูมิ" แต่ละครั้งนั้น
ยังทำให้คนอื่น..รู้สึกในใจว่า
"กรุโง่จัง-พี่เค้าฉลาดจัง"
ผมจะเรียกคนๆนั้น..ว่า...
คนมีปมด้อย
(คนมีปัญหาวัยประถม) ครับ...
พี่..น้องงงงงง !
*****************
ป.ล.
เว็บไซท์ชื่อดัง ที่ให้ความรู้ต่างๆ
ตย. เช่น
ห้องต่างๆระดับเกินครึ่งของเว็บเด็กดีดอทคอม
ห้องต่างๆของพันติฟดอทคอม(เกินครึ่ง)
ห้องต่างๆของเว็บมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน(เกินครึ่ง)
หรือบางห้อง .. ของเว็บพลังจิตดอทคอม...
มีผู้รู้ "มากมาย".. แฝงตัวอยู่..
ในแบบที่ท่านเหล่านั้นมี "จิตสาธารณะ+วิญญานครู"
ทั้งในการตั้งประเด็น(New Post)
และตอบประเด็น(Reply หรือ Comment)..
แบบที่ต้องเรียกว่า..
ผู้รู้จริงนั้น !! "มีจำนวนมาก-มากๆ"
โปรดอย่าวางเฉย
ซึ่งความรู้จากท่านๆ ครู เหล่านั้นครับผม..
เพราะการ ที่มีใครเข้ามาโพสท์ถาม
ใครก้ตามที่ร่วมแสดงความเห็นใน "บล็อค" นี้..
ท่านอาจได้ความรู้หรือไม่..ผมไม่ทราบ..
แต่ถ้าท่าน "ถามผม-แอดมิน"
ท่านจงจำไว้ว่า
คำตอบที่ท่าน "ได้" ... นั้น !!!
ท่านกำลังได้คำตอบจาก.. "คนช่างพูดช่างเจรจา"..
ที่ผมเองอธิบายไว้ในข้างบนนั่นแหละครับ....แหะๆ
***********************************************
ป.ล.สุดท้าย(ตอนนี้)
แต่ถ้าเรื่องที่เน้นไร้สาระ ละก็..
ผมได้คะแนนเกิน ๕๐ % .. แหงๆวะครับ..
พี่..น้อออองงงงงงงง !
***********************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น